ขายหลายแพลตฟอร์ม ยิ่งต้องแยกให้ชัดว่าอะไรคือยอดขาย อะไรคือค่าธรรมเนียม และเงินที่ได้รับจริงมาจากไหน
บัญชี Shopee Lazada TikTok Shop จัดยอดขาย ค่าธรรมเนียม สต๊อก และภาษีอย่างไร
การขายสินค้าผ่าน Shopee, Lazada และ TikTok Shop ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้จำนวนมาก แต่หลังบ้านของร้านก็มีข้อมูลเพิ่มขึ้นตามยอดขาย ไม่ว่าจะเป็นยอดคำสั่งซื้อ เงินรับจากแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียม ส่วนลด ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง สต๊อกสินค้า และเอกสารประกอบรายการต่าง ๆ
ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยคือเจ้าของร้านเห็นยอดขายในระบบหนึ่ง เห็นเงินโอนเข้าธนาคารอีกตัวเลขหนึ่ง และเมื่อรวมค่าใช้จ่ายแล้วกลับไม่แน่ใจว่าธุรกิจเหลือกำไรจริงเท่าไร การจัดบัญชี Marketplace จึงต้องเชื่อมข้อมูลหลายส่วนเข้าด้วยกัน
บทความนี้จะอธิบายวิธีจัดข้อมูลบัญชี Shopee Lazada TikTok Shop ตั้งแต่ยอดขาย เงินรับสุทธิ ค่าธรรมเนียม สต๊อก ต้นทุน เอกสาร ไปจนถึงข้อมูลภาษี เพื่อให้เจ้าของธุรกิจเห็นภาพหลังบ้านชัดขึ้นและตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย
.jpg)
ขายหลาย Marketplace แล้วข้อมูลเริ่มเยอะจนตามไม่ทัน?
สอบถามเรื่องการจัดบัญชี เอกสาร และระบบหลังบ้านสำหรับธุรกิจออนไลน์กับสำนักงานบัญชี พีทูพี
โทร 097-236-2994LINE: p2paccบัญชี Shopee Lazada TikTok Shop ต่างจากการดูยอดขายอย่างไร
หน้าร้าน Marketplace แสดงข้อมูลเพื่อช่วยผู้ขายบริหารคำสั่งซื้อ แต่การทำบัญชีต้องมองข้อมูลกว้างกว่าเพียงยอดขายที่แสดงบนหน้าจอ เพราะต้องเชื่อมโยงกับเงินที่ได้รับจริง ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง และเอกสารของกิจการ
เจ้าของร้านจึงควรแยกให้ออกอย่างน้อย 3 ตัวเลข คือ ยอดขายจากแพลตฟอร์ม รายการที่ถูกหักหรือปรับก่อนจ่าย และยอดเงินสุทธิที่ได้รับเข้าบัญชีธนาคาร
- ยอดขายสินค้าจากแต่ละแพลตฟอร์ม
- ส่วนลดและรายการส่งเสริมการขาย
- ค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่เกี่ยวข้อง
- ค่าโฆษณา
- รายการคืนสินค้าและคืนเงิน
- ยอดเงินสุทธิที่แพลตฟอร์มจ่ายให้ร้าน
หากต้องการศึกษาการบันทึกรายรับและรายจ่ายในภาพรวม สามารถอ่านบัญชีรายรับรายจ่ายร้านค้าออนไลน์เพิ่มเติมได้
ยอดโอนจากแพลตฟอร์มไม่ควรใช้แทนยอดขายทันที
เมื่อแพลตฟอร์มโอนเงินเข้าบัญชีของร้าน ยอดที่ได้รับอาจเป็นยอดหลังมีรายการหักหรือปรับแล้ว ดังนั้นหากนำ Statement ธนาคารมาใช้เป็นยอดขายทันที อาจทำให้ข้อมูลไม่ตรงกับรายการขายจริง
วิธีที่เหมาะสมกว่าคือเก็บรายงานจากแพลตฟอร์มไว้ประกอบ และสามารถเชื่อมโยงได้ว่ายอดเงินแต่ละก้อนที่ได้รับตรงกับรอบการขายใด
ยอดขาย ≠ ยอดเงินสุทธิที่ได้รับ
ร้านควรเก็บทั้งข้อมูลยอดขาย รายการหัก และยอดรับจริง เพื่อให้กระทบยอดกลับได้
.jpg)
ขายหลายแพลตฟอร์ม ควรแยกข้อมูลก่อนสรุปรวม
ร้านที่ขายทั้ง Shopee, Lazada และ TikTok Shop ไม่ควรนำตัวเลขทุกช่องทางมากองรวมกันตั้งแต่ต้น เพราะเมื่อเกิดยอดไม่ตรงจะย้อนกลับไปหาสาเหตุได้ยาก
วิธีที่ตรวจสอบง่ายคือแยกข้อมูลตามแต่ละ Marketplace ก่อน เช่น ยอดขายของ Shopee ยอดขายของ Lazada และยอดขายของ TikTok Shop แล้วค่อยรวมเป็นยอดขายออนไลน์ทั้งหมดของกิจการในรอบเดือน
ตัวอย่างโครงสร้างข้อมูลรายเดือน
- Shopee — ยอดขาย / รายการหัก / เงินรับสุทธิ
- Lazada — ยอดขาย / รายการหัก / เงินรับสุทธิ
- TikTok Shop — ยอดขาย / รายการหัก / เงินรับสุทธิ
- ช่องทางอื่น — Facebook / LINE / เว็บไซต์ / รับโอนตรง
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย Marketplace ต้องจัดให้เป็นหมวด
ธุรกิจ Marketplace มักมีค่าใช้จ่ายหลายรายการ หากนำทุกอย่างรวมเป็นค่าใช้จ่ายก้อนเดียว เจ้าของกิจการจะมองไม่เห็นว่าเงินถูกใช้ไปกับส่วนใดมากที่สุด
ควรแยกหมวดตามลักษณะรายการ เช่น ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง ค่าบรรจุภัณฑ์ ต้นทุนสินค้า และค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่น เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ภายหลังได้ง่าย
เมื่อต้องการดูว่าขายแล้วเหลือจริงเท่าไร สามารถอ่านคำนวณต้นทุนและกำไรขายของออนไลน์เพิ่มเติม
สต๊อกสินค้าเป็นอีกจุดที่บัญชี Marketplace ต้องให้ความสำคัญ
ธุรกิจขายสินค้ามีสินค้าเป็นทรัพยากรสำคัญของกิจการ หากจำนวนในระบบขาย จำนวนที่อยู่ในคลัง และข้อมูลทางบัญชีไม่สอดคล้องกัน จะทำให้ทั้งการบริหารสต๊อกและการดูต้นทุนยากขึ้น
ร้านควรมีวิธีรับสินค้าเข้า ตัดสินค้าออกเมื่อขาย บันทึกสินค้าคืน และตรวจนับสินค้าคงเหลือเป็นระยะ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีสินค้าหลายรายการหรือขายจากคลังเดียวกันหลายแพลตฟอร์ม
สามารถอ่านการจัดการและตรวจนับสินค้าคงเหลือเพื่อศึกษาประเด็นสต๊อกเพิ่มเติม
.jpg)
กระทบยอดเป็นประจำ ช่วยหาความผิดปกติได้เร็วขึ้น
ร้านที่มีรายการจำนวนมากควรกำหนดรอบตรวจข้อมูล เช่น รายสัปดาห์หรือรายเดือน ไม่ควรรอถึงปลายปีแล้วจึงตรวจยอดทั้งหมดพร้อมกัน
การกระทบยอดช่วยตรวจว่ารายงานยอดขายจากแพลตฟอร์มสัมพันธ์กับยอดรับเงินจริงหรือไม่ มีรายการใดถูกหัก มีเงินส่วนใดยังไม่ได้รับ และมีรายการคืนสินค้าหรือปรับยอดที่ยังไม่ได้บันทึกหรือไม่
ข้อมูลที่ควรตรวจในแต่ละรอบ
- ยอดขายตามรายงาน
- รายการยกเลิกหรือคืนสินค้า
- ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย
- เงินที่แพลตฟอร์มแจ้งจ่าย
- ยอดที่เข้าบัญชีธนาคาร
- รายการที่ยังรอรับเงิน
ยอดขายหลายช่องทาง สต๊อกกับเงินรับเริ่มตรวจยาก?
สอบถามเรื่องการวางระบบบัญชีและการจัดข้อมูล Marketplace ให้ตรวจสอบง่ายขึ้นกับสำนักงานบัญชี พีทูพี
โทร 097-236-2994LINE: p2paccโปรแกรมบัญชีช่วยร้าน Marketplace ได้อย่างไร
เมื่อรายการเริ่มมากขึ้น การทำงานด้วยไฟล์หลายชุดอาจทำให้ข้อมูลซ้ำและเสียเวลาตรวจสอบ โปรแกรมบัญชีสามารถช่วยจัดข้อมูลเอกสาร รายรับ รายจ่าย และค้นรายการย้อนหลังได้สะดวกขึ้น
อย่างไรก็ตาม โปรแกรมไม่ได้แก้ปัญหาทุกอย่าง หากร้านยังไม่กำหนดขั้นตอนว่าใครดึงรายงาน ใครตรวจยอด เอกสารต้องส่งเมื่อไร และใครเป็นผู้ตรวจความครบถ้วน
ธุรกิจที่ต้องการจัดขั้นตอนให้ชัดเจนสามารถดูบริการรับวางระบบบัญชีเพิ่มเติมได้
เอกสารที่ร้าน Shopee Lazada TikTok Shop ควรเก็บ
แม้แพลตฟอร์มจะเก็บข้อมูลการขายไว้จำนวนมาก เจ้าของร้านก็ควรจัดเก็บรายงานและเอกสารของตนเองเป็นรอบ ๆ เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังและใช้ประกอบงานบัญชีได้
- รายงานยอดขายของแต่ละแพลตฟอร์ม
- รายละเอียดการจ่ายเงินให้ร้าน
- เอกสารหรือรายงานค่าธรรมเนียม
- ข้อมูลค่าโฆษณาและส่งเสริมการขาย
- เอกสารซื้อสินค้า
- เอกสารค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายอื่น
- ใบเสร็จและใบกำกับภาษีที่เกี่ยวข้อง
- Statement ของบัญชีที่ใช้รับและจ่ายเงินธุรกิจ
- รายงานสต๊อกและผลการตรวจนับสินค้า
สามารถดูการเตรียมเอกสารสำหรับทำบัญชีเพิ่มเติมได้
บัญชี Marketplace เกี่ยวข้องกับภาษีอย่างไร
ยอดขายจาก Marketplace เป็นส่วนหนึ่งของรายได้จากการดำเนินธุรกิจ จึงควรรวมกับรายได้จากช่องทางอื่นของกิจการเพื่อใช้จัดทำบัญชีและพิจารณาหน้าที่ด้านภาษี
หากกิจการขายผ่าน Shopee, Lazada และ TikTok Shop พร้อมกับ Facebook เว็บไซต์ หรือรับโอนตรง ไม่ควรตรวจรายได้เพียง Marketplace ช่องทางใดช่องทางหนึ่ง แต่ต้องดูรายได้รวมของธุรกิจ
สำหรับกิจการที่อยู่ในบังคับ VAT เมื่อรายรับเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ควรตรวจหน้าที่จดทะเบียนและจัดระบบเอกสารภาษีให้ถูกต้อง โดยสามารถอ่านข้อมูลการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมได้
e-Payment ไม่ใช่เกณฑ์เริ่มเสียภาษี
อีกเรื่องที่ผู้ขายออนไลน์มักสับสนคือข้อมูลธุรกรรมที่สถาบันการเงินมีหน้าที่รายงานต่อกรมสรรพากร เรื่องดังกล่าวเป็นระบบการรายงานข้อมูล ไม่ได้หมายความว่าผู้ขายจะเริ่มมีหน้าที่ทางภาษีก็ต่อเมื่อจำนวนธุรกรรมถึงเกณฑ์นั้น
ผู้ประกอบการควรดูรายได้จริงของกิจการและหน้าที่ตามรูปแบบธุรกิจของตนเองตั้งแต่เริ่มมีรายได้ ไม่ควรใช้จำนวนครั้งที่เงินเข้าบัญชีเป็นตัวตัดสินว่าต้องทำบัญชีหรือเสียภาษีหรือไม่
หากต้องการอ่านเรื่องภาษี Marketplace โดยเฉพาะ สามารถดูภาษี Shopee Lazadaซึ่งแยกเนื้อหาด้านภาษีออกไว้โดยตรง
.jpg)
เมื่อไรควรเริ่มให้สำนักงานบัญชีเข้ามาช่วย
ร้านที่เพิ่งเริ่มและมีรายการไม่มากอาจจัดข้อมูลด้วยตนเองได้ แต่เมื่อยอดขายเพิ่มขึ้น มีหลาย Marketplace เอกสารมากขึ้น จด VAT หรือเริ่มดำเนินธุรกิจในรูปบริษัท การจัดการข้อมูลจะซับซ้อนขึ้นตามไปด้วย
จุดที่ควรพิจารณาให้สำนักงานบัญชีเข้ามาช่วย คือเมื่อเจ้าของร้านใช้เวลามากกับการตามเอกสาร กระทบยอดไม่ตรง หรือไม่มีเวลาตรวจข้อมูลทุกเดือน เพราะหากปล่อยให้สะสม ปัญหาจะตามไปถึงการทำภาษีและปิดงบ
ผู้ที่ต้องการบริการโดยตรงสามารถดูบริการรับทำบัญชีขายของออนไลน์หรือบริการรับทำบัญชีรายเดือนเพิ่มเติมได้
เมื่อร้านโตขึ้น ระบบบัญชีควรโตตามธุรกิจ
ร้านออนไลน์จำนวนมากเริ่มจากเจ้าของดูแลทุกอย่างด้วยตนเอง แต่เมื่อธุรกิจขยาย การใช้วิธีเดิมอาจไม่รองรับจำนวนรายการและจำนวนคนที่เข้ามาทำงานร่วมกัน
การวางระบบใหม่อาจเริ่มจากการกำหนดรอบปิดยอด กำหนดผู้รับผิดชอบดึงรายงาน กำหนดวิธีจัดเก็บเอกสาร กำหนดขั้นตอนตรวจสต๊อก และกำหนดวันที่ส่งข้อมูลให้ฝ่ายบัญชีหรือสำนักงานบัญชี
เมื่อทุกส่วนเชื่อมกันได้ เจ้าของธุรกิจจะสามารถดูตัวเลขได้ง่ายขึ้น และลดเวลาที่ต้องใช้ในการตามข้อมูลย้อนหลัง
คำถามที่พบบ่อย
บัญชี Shopee Lazada TikTok Shop ต้องเก็บอะไรบ้าง?
ควรเก็บยอดขาย รายละเอียดเงินรับ ค่าธรรมเนียม ส่วนลด ค่าโฆษณา ต้นทุนสินค้า สต๊อก เอกสารซื้อขาย และหลักฐานรับจ่ายเงิน
ยอดเงินที่ Marketplace โอนมาเป็นยอดขายหรือไม่?
ไม่ควรถือเป็นยอดขายทันที เพราะอาจเป็นยอดสุทธิหลังมีรายการหักหรือปรับแล้ว ควรตรวจรายงานยอดขายจากแพลตฟอร์มประกอบ
ขายหลายแพลตฟอร์มควรรวมบัญชีเลยไหม?
ควรแยกข้อมูลแต่ละช่องทางก่อนเพื่อให้ตรวจสอบได้ง่าย แล้วจึงนำมาสรุปรวมเป็นข้อมูลของกิจการ
สต๊อกเกี่ยวข้องกับบัญชีหรือไม่?
เกี่ยวข้อง เพราะข้อมูลสินค้าคงเหลือและต้นทุนสินค้าเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจที่มีการซื้อสินค้ามาขาย
เมื่อไรควรให้สำนักงานบัญชีเข้ามาช่วย?
เมื่อรายการเริ่มมาก มีหลายช่องทางขาย เอกสารซับซ้อน กระทบยอดยาก หรือธุรกิจเริ่มมีภาระด้านบัญชีและภาษีมากขึ้น
สรุป บัญชี Marketplace ต้องเชื่อมยอดขาย เงินรับ และสต๊อกเข้าด้วยกัน
การขาย Shopee Lazada TikTok Shop ไม่ควรดูเพียงยอดที่ปรากฏบนหน้าร้านหรือยอดเงินที่เข้าธนาคาร เพราะข้อมูลทางบัญชีต้องมองทั้งยอดขาย รายการที่ถูกหัก เงินรับจริง ต้นทุน และสินค้าในคลังร่วมกัน
ร้านที่แยกข้อมูลแต่ละแพลตฟอร์มอย่างเป็นระบบและกระทบยอดเป็นประจำ จะสามารถค้นหาความผิดปกติได้ง่ายกว่า และมีข้อมูลพร้อมสำหรับงานบัญชีและภาษี
เมื่อปริมาณรายการเพิ่มขึ้น ควรพัฒนาระบบตามขนาดธุรกิจ ทั้งโปรแกรม ขั้นตอนเอกสาร การควบคุมสต๊อก และผู้รับผิดชอบ เพื่อไม่ให้งานหลังบ้านกลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโต
ต้องการจัดบัญชี Shopee Lazada TikTok Shop ให้เป็นระบบ?
ติดต่อสำนักงานบัญชี พีทูพี เพื่อสอบถามแนวทางจัดข้อมูลยอดขาย เอกสาร สต๊อก และงานบัญชีให้เหมาะกับธุรกิจ
โทร 097-236-2994LINE: p2pacc